Pokemon Special Fiction : Snow For You ( Part I 90%+)
posted on 22 Nov 2009 18:40 by bucshy in PokemonFiction90%+ ก่อนนะครับ
Snow For You (Pokemon Special Fiction) Part 1
..หนาว..
ความคิดจากเจ้าของร่างที่กำลังเดินอยู่ท่ามกลางหิมะที่กำลังตกหนัก
เสียงของแรงลมที่พัดปลิวก้อนหิมะ ดังขึ้นจนแทบจะแสบแก้วหู
บรรยากาศที่เลวร้ายมากที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวธรรมดาเฉกเช่นเขา
พื้นรอบด้านถูกหิมะกัดกินเป็นสีขาว ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็มีแต่สีขาวเต็มไปหมด หมอกแห่งความเย็นแผ่ขนาดมากขึ้นจนมองไม่เห็นเส้นทางด้านหน้า..
แต่ถ้าสังเกตดีๆในพายุหิมะที่เกิดขึ้นนั้น จะปรากฏร่างของมนุษย์สองคนอยู่ด้านใน ร่างของเด็กหนุ่มกำลังแบกเด็กสาวออกจากพายุหิมะที่กระหน่ำมาอย่างไม่สนใจผู้ใด
ไม่น่าเลย..เขาไม่น่าจะตัดสินใจยอมมาเที่ยวกับบลูจริงๆ
ความคิดสถบที่ออกจากตัวของเร้ดที่กำลังแบกเยลโล่ว์ที่หมดสติอยู่ท่ามกลางหุบเขาที่กำลังประสบกับพายุหิมะ.. แล้วที่น่าเป็นห่วงยิ่งกว่านั้นคือร่างบางที่เขากำลังแบกอยู่ด้วยนะสิ
..ใบหน้านวลที่อ่อนละมุ่นของร่างบางกำลังถูกหิมะสีขาวกัดกินไปอีกด้วย แต่ร่างสูงที่เป็นคนแบกต้องปัดให้แทบทุกนาที หน้าผากของเด็กสาวเริ่มร้อนขึ้น เป็นเหตุให้เขาต้องตัดสินใจรีบเดินหาทางออก ก่อนที่ทั้งเขาและเยลเล่ว์จะไม่ไหวเสียก่อน..
ก่อนหน้านี้
ติ้ดๆ..ติ้ดๆ..
เสียงของโปเกเกียร์ดังขึ้นไม่ขาดสาย
ส่งผลให้ร่างของเด็กหนุ่มที่กำลังใจจดใจจ่อกับการดูทีวีในวันหยุดชะงัก ก่อนที่จะหันมาให้ความสนใจแก่เครื่องมือสื่อสารที่วางอยู่บนโต๊ะ
บรรยากาศร้อนชนิดที่ว่าทำให้ห้องที่เปิดแอร์เย็นช่ำดับวูบไปได้เลยทีเดียว
วันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ที่เขารอคอยมาอย่างใจจดใจจ่อ
วันที่จะได้พักผ่อน..
วันที่จะได้ทำตัวตามสบาย..
และวันที่เขาไม่ถูกยัยบลูตามหลอกหลอน..
แต่จากที่ดูวันนี้คงจะไม่รอดอีกเช่นเคย.. ในเมื่อรายชื่อของผู้โทรมาในวันนี้คือ “บลู”
ในทีวีปรากฏร่างของเทรนเนอร์รุ่นใหม่ที่กำลังดวลตัวต่อตัวกับผู้นำโรงยิม(คนใหม่)ที่ชื่อว่า ‘กรีน’ แต่จากที่ดูเทรนเนอร์คนนี้กำลังจะพลาดท่า เมื่อกรีนสั่งให้ลิซาดอนกระหน่ำโจมตีไปที่จุดอ่อนของโปเกมอนฝ่ายตรงข้ามอย่างไม่หยุดมือ..
คำถามที่ว่าทำไมคนที่เอาจริงเอาจังกับหน้าที่อย่างกรีนถึงต้องมาออกรายการทีวีปัญญาต่ำนี้ เป็นคำถามที่น่าสงสัยมากที่สุดในรอบปีเลยก็ว่าได้
..ส่วนผู้ที่รู้คำตอบก็มีเพียงจำนวนนับคนแทบจะได้
คำตอบเป็นอย่างอื่นไม่ได้เลยนอกจาก.. ‘เงิน’
ก่อนหน้านี้ อาจเป็นเพราะกรีนเป็นผู้นำโรงยิมหรืออะไรก็มิทราบ..
ช่วงหลังๆไปหากรีนทีไรมักจะเห็นบลูเกาะอยู่ด้วยเสมอ จนคนภายนอกมองกันไปไกลไหนๆเสียแล้ว
และนั้นก็คงเป็นสาเหตุที่ทำให้เงินเดือนของผู้นำโรงยิมไม่พอเลี้ยงปากท้องแน่นอน..
เขาคิดอย่างนั้น..
….
ถึงแม้มันจะเป็นความคิดส่วนตัวก็เหอะ!! แต่มันก็มีส่วนถูกใช่ไหมหละท่านผู้อ่านทั้งหลาย!!
ดังนั้นไม่ต้องมาบ่นว่าเขาเข้าข้างผู้อ่านสายกรีนบลู..
ติ้ดๆ..ติ้ดๆ..
เสียงโปเกเกียร์ยังคงดังเตือนสติของ ‘เร้ด’ผู้ที่กำลังจะถูกพังทลายวันหยุดอย่างไม่เหลือซากก่อนที่เจ้าตัวจะต้องยอมตัดใจและยอมรับโปเกเกียร์โดยดี
“ฮาโหล~~~ เร้ด หรอ? คืองี้นะ วันนี้เราจะมีงานเลี้ยงฉลองคริสมาสต์ วันนี้บ่ายโมงมาเจอที่โรงยิมโทคิวะนะ บายยยย~~~~~~~~”เสียงจากต้นสายวางทันที ยังไม่ทันปล่อยโอกาสให้เขาถามเลยแม้แต่น้อย
แต่เสียงหวานๆจอมเจ้าเล่ห์นั้งคงแสดงออกอย่างแน่นอนว่าเจ้าของเสียงไม่ใช่ใครหน้าไหนนอกจาก..
ยัยบลู..
เฮ้ออออ...
เร้ดถอนหายใจอย่างเซ็งจิต ก่อนจะล้มตัวลงนอนโซฟาอีกครั้ง ในทีวียังเป็นรายการของกรีนที่ถูกนำมาฉายอีกรอบ เร้ดนอนนิ่ง ก่อนจะชะเง้อมองที่โปเกเกียร์อีกครั้ง
บ่ายสองโมงสี่สิบ!!!
ซวยแล้ว..
“ไงไอ้คนมาสาย.. ” เสียงหวานที่มาพร้อมกับการแสยะยิ้มเรียกเหงื่อของเร้ดได้อย่างดี
บลูจับจ้องเขาอย่างกินเลือดกินเนื้อใน ข้อหาคนมาสาย
แต่ถามที หล่อนโทรมาบอกให้มาตอนบ่ายโมงตรงตอนที่มันบ่ายสองแล้วนี้หรอว่ะ..
คำพูดที่แทบอยากจะออกจากปากจนใจจะขาด แต่ก็ไม่กล้าเมื่อเจ้าหล่อนส่งสายตาเย็นๆมาให้
เร้ดได้ยิ้มอย่างหวาดๆ ก่อนจะกวาดสายตาไปด้านหลังของบลู
จากที่ดูคงจะถูกเรียกตัวมาครบ..
ตกลงเขาคนเดียวใช่ไหม ?
ที่มาสาย...
ร่างของกลุ่มรุ่นน้องครบเซ็ตไม่เว้นแม้แต่กระทั้งกลุ่มใหม่ที่เพิ่งมาจากเล่ม30
ซึ่งแน่นอนเขาไม่ค่อยสนิทนักหรอกนะ.. แต่เห็นยัยบลูจะติดใจคุณหนูคนนั้นพอสมควร..
ฉับพลันสายตาของเขาก็ไปถูกกับเด็กสาวคนหนึ่ง
เจ้าหล่อนใส่ชุดกระโปรงสีชมพูยาวมาถึงหัวเข่า ตัวชุดมีลายดอกซากุระประดับอยู่เล็กๆให้เข้ากับสีผ้า ตัวผ้าปิดร่างเล็กได้อย่างมิดชิด.. ผมสีเหลืองอ่อนถูกปล่อยยาวมาถึงกลางหลัง ใบหน้าที่ไร้เครื่องสำอางนั้นยังคงแย้มรอยยิ้มอย่างสดใสเหมือนทุกวัน นัยน์ตาสีมรกตแวววาวแสดงถึงความอบอุ่น.. หมวกฟางใบเก่าถูกแขวนคอไว้อยู่ด้านหลัง
แต่มีเพียงสิ่งเดียวที่แตกต่างออกไปจากทุกวัน
เมื่อรอยยิ้มบนใบหน้าของเจ้าหล่อนไม่ได้มีให้เขา..
แต่มีให้กับซิลเวอร์ ผู้ที่เธอกำลังคุยด้วยอยู่ต่างหาก
บทสนทนาที่เขาไม่อาจได้ยินและไม่อยากได้ยินกับเรียกรอยยิ้มของทั้งคู่ได้อย่างดีเยี่ยม
ร่างของชายหนุ่มผู้สนทนาด้วยกำลังยิ้ม ยิ้มด้วยรอยยิ้มที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนกับเด็กชายผู้นี้
ใช่..
ซิลเวอร์กำลังยิ้ม
ยิ้มอยู่กับเด็กสาวที่เป็นรุ่นน้องของเขา
รุ่นน้องที่ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าอะไรดี.. น้อง ? เพื่อน? คนสนิท? ..หรือคนที่รู้สึกดีๆให้
แต่วันนี้เขากลับจะรู้สึกถึงอาการที่ไม่เคยเป็นไปก่อน..
อาการที่ว่าถ้าคนอื่นเห็นคงจะบอกได้คำเดียวว่าเขาหึง..
หึงเยลโล่ว์เด็กสาวที่ตนไม่ได้เกี่ยวข้องด้วยในฐานะใดๆเลยนอกจากรุ่นพี่ผู้แสนดี..
แต่ภาพที่เห็นอยู่มันสุดจะทนเกินไป..
ภาพที่กำลังแสดงอยู่ในแววตาของเขาเรียกให้ความหงุดหงิดสูงขึ้น..
“มัวแต่มองอะไรอยู่ไอ้คนมาสาย!!”
และแล้วความคิดของเขาก็ชะงักอีกจนได้เมื่อเสียงของบลูตะโกนว่าจนหูชา
แต่สภาพของเขาตอนนี้แม้จะยิ้มอย่างหวาดๆหรือแห้งเหมือนก่อนหน้านี้ยังไม่ออก
“แล้วเธอคิดว่าฉันมองอะไร ?”
เฮื้อก..
กลืนน้ำลายทันทีเมื่อเสียงที่ไม่เคยออกมาจากปากของรุ่นพี่ผู้แสนดีดังสนิท
เร้ดขมวดคิ้ว จ้องมองบลูอย่างอารมณ์เสีย
แล้วบรรยากาศเงียบก็ก่อตัวทันที
เสียงย้อนสอนที่ไม่เคยออกจากปากของเร้ดดังกระหน่ำอยู่ในห้วงความคิดของแต่ละคน
โกลด์อ้าปากค้างรุ่นพี่ที่แสนซื่อบื่อเปลี่ยนไปเป็นคนละคน
นี้หรือห่วงอารมณ์ของมนุษย์ที่ชื่อว่า เร้ด
ครั้งแรกที่ได้เห็นแต่จากปากคำก็คาดเดาได้
เมื่อถึงหงุดหงิดจริงๆไม่มีใครหยุดพี่เร้ดได้..
ถึงจะไม่รู้สาเหตุก็เหอะ แต่ขอเดา..
เรื่องที่ว่าทำไมพี่เร้ดถึงอารมณ์เสีย..
..มีเอี่ยวกับพี่บลูแหงมๆ
แต่ก่อนที่โกลด์จะเอ่ยปากถามอะไร เร้ดก็ตัดบทก่อน
“แล้วตกลงที่เธอเรียกฉันมามีอะไร”
บลูดูเหมือนจะอึ้งไปนานหลังจากที่เร้ดกล้าเถียงก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์เช่นเคย
“ฉันคิดว่าจะจัดงานเล่นสกีที่เกาะทางเหนือ แล้วกะจะชวนพวกนายมาเล่นด้วยจะได้เป็นงานกระชับมิตร แต่นายเล่นมาสายซะขนาดนี้ ทุกคนเลยต้องมารอนายอยู่นี้ไง”
“มาสาย ?” น้ำเสียงไม่สบอารมณ์อย่างแรงออกจากปากเร้ด เรียกขนของกรีนที่ยืนอยู่ข้างๆบลูลุกอย่างไม่มีเหตุผล.. ที่ขนลุกไม่ใช่เพราะน้ำเสียง แต่ขนลุกเพราะบทนิสัยของเพื่อนสนิทที่อยู่ๆถูกเปลี่ยนบทจากหน้ามือเป็นหลังมืออย่างรวดเร็ว..
“ใช่.. เรานัดกันบ่ายโมงแต่นายกลับ..”
“ก็เธอเองไม่ใช่หรอ? ที่เจือกโทรมาบ่ายสองโมง ” คำพูดที่ถูกเก็บเอาไว้ถูกเปิดเผยออกมาหมด ดูเหมือนพูดตามภาษาเพื่อน แต่น้ำเสียงที่หนักแน่นกลับบ่งบอกได้ชัดว่า ‘เร้ด’ เอาจริง
มันเป็นอะไรของมันว่ะ...
หัวสมองของหญิงสาวเริ่มคิดหนัก
หรือว่าหงุดหงิดที่แกล้งเรื่องเวลา หรือว่าก่อนหน้านี้ที่เธอขโมยเงินไปอีก.. หรือว่าเรื่องก่อนหน้านี้อีก ?
นั้นสินะ ก่อนหน้านี้เธอก็แกล้งมันหลายเรื่อง หรือว่าเจ้าหมอนี้ถึงจุดระเบิดแล้ว..
..เอาไงดีนะ ให้เงินคืนไหม? หรือเอาของที่ไปจำนำมาคืน ไม่สิหรือว่าเอารูปถ่ายลับๆของเยลโล่ว์ให้ดีกว่า..
..เยลโล่ว์ ?
ฉับพลันความคิดของเธอก็เริ่มนึกถึงสิ่งที่เพื่อนชายหวงที่สุด..
กรีนจับไหล่เธอเบาๆ ก่อนจะยืนหน้าไปทางทิศทางที่เด็กผู้หญิงที่เพื่อนห่วงที่สุด
เธอรู้ว่ากรีนจะพยายามหมายถึงอะไร
..สงสัยเรื่องนี้ต้องเกี่ยวกับเยลโล่ว์..
ก่อนที่เธอจะหันหน้าไปมองด้วยทั้งๆที่คำถามของเร้ดยังคงดังเตือนอยู่ในใจ
เธอจึงทำได้แค่แกล้งหลบหน้าไปทางนั้น..
....
กะแล้วจริงด้วย!!
สาเหตุที่ทำให้อารมณ์เพื่อนชายขึ้นสูงที่สุดในประวัติศาสตร์โปเกมอนค.ศ.2009 จนมาพาลใส่เธอ คือน้องชายสุดที่รักของเธอกัลงคุยอย่างสนิทสนมอยู่กับเยลโล่ว์ตัวปลุกอารมณ์เร้ดให้สูงขึ้น.. และจากที่ดูเจ้าหล่อนยังไม่สังเกตเลยสักนิดว่าเร้ดมันกำลังของขึ้นประมาณที่ฆ่าคนได้สบายๆ และน้องชายเธอจะรอดไหมเนี่ย ?
แต่ก็ไม่แปลกที่เธอจะไม่ได้ยิน สถานที่ที่เรียกมาประชุมคือด้านโรงยิมโทคิวะหรือส่วนที่ติดกับป่าโทคิวะนั้นเอง ตอนนี้พวกรุ่นน้องที่เรียกมากำลังยืนคุยกันอยู่ในด้านป่า ผิดกับพวกเขาสี่คนที่กำลังคุยกันหน้าประตูหลังโรงยิม..
แต่การที่เร้ดแสดงอาการหึงออกหน้าออกตานี้สิแปลก..
ส่วนกลุ่มอื่นๆ ไดอะไรสักอย่างกำลังฝึกทำอะไรบ้าๆกับเพิร์ล
ส่วนคุณหนูก็กำลังคุยอย่างสนิทสนมกับคริส..
ระหว่างที่รูบี้กับแซฟไฟร์ยังไม่มา..
ดังนั้นผู้ที่กำลังถูกพาลอยู่มีเพียงเธอ และ..ญี่ปุ่นมุงมีเพียงกรีนกับโกลด์เท่านั้น
เอายังไงดีว้า ? จะให้ฉันเอายังไงดี..... ?
เร้ดยังคงจ้องเธออยู่ด้วยแววตาพาลหาเรื่อง..
หากเป็นตามปกติ เธอคงจะได้ด่าไป เร้ดคงได้แต่ก้มหน้ารับชะตากรรมของการแกล้งตามปกติ..
แต่เพราะนี้ไม่ปกติ เร้ดหงุดหงิด.. เธอไม่เคยเจอสภาพแบบนี้มาก่อนกับเจ้าเร้ด
หากเป็นกรีนยังว่าไปอย่าง..
แค่แกล้งโชว์สัดส่วนความเป็นหญิง กรีนก็คงลืมความโกรธไปหมดแล้ว(แต่ด่าแทน)
แต่กับเร้ด.. ดูเหมือนจะไม่ได้ผล ในเมื่อเจ้าหมอนี้มันนิยมแบนๆ
“ว่าไง ? ” เร้ดเอ่ยด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเข้าไปอีก
แต่ในสามัญสำนึกของตัวเธอเองมันบอกว่าเร้ดจะพาลกับเธอไม่ได้
เร้ดโกรธที่เยลโล่ว์สนิทสนมกับซิลเวอร์น้องชายของเธอ..
ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ซิลเวอร์จะสนิทสนมกับเยลโล่ว์เพราะอยู่ที่เมืองโทคิวะด้วยกัน
ในเมื่อซิลเวอร์อาศัยอยู่ที่โรงยิมโทคิวะกับกรีนด้วยความช่วยเหลือจากเธอ
ถึงแม้กรีนจะไม่ค่อยมีเงินพอจะเลี้ยงก็เถอะ..
ส่วนเยลโล่ว์ที่เป็นลูกศิษย์ของกรีนก็มักจะมาฝึกกับกรีนอยู่บ่อยๆ
มันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ทั้งสองจะสนิทกัน..
เธอรู้ว่ากรีนไม่พอใจที่เธอไปสนับสนุนน้องชายตัวเองทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่าเพื่อนตัวเองก็เกี่ยวข้อง
เธอรู้ว่าเร้ดจะต้องโกรธถ้าเธอเล่าเรื่องที่ให้ซิลเวอร์อยู่กับกรีน
และเธอก็รู้ว่าเร้ดจะต้องโกรธอีกเหตุ..
ใช่ว่าเธอจะไม่รู้เรื่องนี้
..นับวันซิลเวอร์ก็ยิ้มมากขึ้นดูเหมือนเด็กผู้ชายธรรมดาทั่วไป
เพราะเยลโล่ว์..
พูดจริงๆ เธอสนับสนุนซิลเวอร์อีกด้วยซ้ำ
แต่ตอนนี้จิตใต้สำนึกของเธอกำลังสับสน
..เพื่อนที่แสนดีกับน้องชายสุดที่รัก
จะให้เธอสนับสนุนใครดี ? หรือจะไม่ขอเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้..
“ขอโทษที่มาสายครับ ..ไปกันหรือยังครับ ?”
มันช่างน่าแปลกที่สวรรค์มาช่วยเธอตอนนี้ หลังจากที่ปล่อยให้เธอผมบรรยากาศมาคุมานานแสนนาน..
รูบี้ค่อยๆก้าวเดินมาพร้อมกับตะโกนล่วงหน้ามาก่อน สร้างบรรยากาศเงียบขรึมให้แตกทันที.. ทันทีที่เสียงตะโกนดังขึ้น ทุกกลุ่มที่กำลังคุยกันอยู่ก็ชะงักก่อนที่จะรีบเดินมายืนเรียงคน เป็นสัญญาณว่าเตรียมการสำหรับการเดินทางแล้ว
เร้ดที่ก่อนหน้านี้กำลังอารมณ์เสียหนัก.. เริ่มรู้สึกตัวก่อนพยายามทำอารมณ์ให้เย็น
เธอจึงรอดจากบรรยากาศเมื่อกี้ได้มาอย่างหวุดหวิด
บลูกำลังยืนพิงอยู่หน้าทางเข้าโรงยิมด้านหลังที่เป็นแค่ประตูเล็กๆ ขณะที่รุ่นน้องทุกคนยืนเข้าแถวกันอย่างสนุกสนานเหมือนเป็นการเตรียมไปทัศนศึกษาของเด็กประถมยังไงอย่างงั้น โกลด์ปลีกตัวออกจากกลุ่มบรรยากาศมาคุก่อนจะเข้าไปต่อแถวด้วย..
แถวถูกแบ่งออกเป็นสามแถว แถวแรกซิลเวอร์ยืนอยู่ด้านหน้า ขณะที่เยลโล่ว์ยืนมือมาแตะไหล่ทำท่า ‘จัดแถว’เหมือนเด็กๆพลางอมยิ้ม โกลด์เข้าไปต่อแถวเยลโล่ว์พลางยิ้มแห้งๆ.. แถวที่สองคือคุณหนูกับคริสและแซฟไฟร์ที่กำลังคุยกันอย่างสนุกสนานแต่กลับจัดแถวได้เรียบร้อย.. แถวสุดท้ายคือเพิร์ลกับไดมอนด์ที่จากที่ดูคงเล่นมุขตบแก้มกันเป็นแน่แท้ เพราะแก้มบวมๆของไดมอนด์เป็นหลักฐาน และด้านหลังของทั้งคู่คือรูบี้ที่ทิ้งระยะห่างเพราะกลัวโดนลูกหลง(?)
“งั้นบลู เธออธิบายน้องๆไปก่อนเกี่ยวกับกิจกรรมนี้ ส่วนเร้ดนายตามฉันมาที..”
“อืม../ อืมมม” เสียงตอบรับจากทั้งสองก่อนที่จะแยกตัวออกจากกัน บลูเปิดทางให้
แกร้ก..
ประตูบานเล็กถูกเปิดออก เร้ดและกรีนก้าวเท้าเข้าไปอย่างรวดเร็วก่อนที่เร้ดจะปิดประตูเสียงดัง เป็นเครื่องหมายว่ายังอารมณ์เสียไม่หาย พอร่างของสองชายหนุ่มหายเข้าไป บลูจึงแย้มรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เหมือนเดิมก่อนจะเอ่ยปาก
“เอาล่ะนะ ทุกคนกิจกรรมนี้คือ ...”
แกร้ก..
ความมืดมิดที่ปกคุลมโรงยิมโทคิวะที่ไร้แสงหายไปทันที เมื่อแสงไฟจากบนเพดานสว่างขึ้น กรีนเดินไปที่จุดนั่งเล่นที่ถูกต่อเติมมาภายหลังจากไอเดียของบลู.. ซึ่งเร้ดก็เคยมาจุดนี้ไม่กี่ครั้งประมาณว่าแทบจะนับได้เลย เพียงแต่เขาไม่นับเพราะมันไม่ใช่เรื่องที่ต้องสนใจนับทุกครั้ง..
จุดนั่งเล่นเป็นชื่อเรียกสั้นๆของพื้นที่ส่วนหนึ่งของโรงยิมโทคิวะ ซึ่งไม่ค่อยมีคนนิยมเท่าไหร่นักสาเหตุเพราะ ผู้นำโรงยิมเก่งเกินไปจนไม่ค่อยมีผู้ใดสนใจท้าด้วยนัก แต่ถามว่าพอมีไหมที่จะมีคนมาท้า ? พอมีแต่ก็แค่ส่วนน้อยเท่านั้น พื้นที่ที่ไม่มีคนใช้มากจึงถูกดัดแปลงเป็นที่นั่งเล่นเล็กๆของบลูไป..
ตรงจุดนั่งเล่นมีโซฟายาวขนาดนั่งได้สามคนอยู่หนึ่งตัวกับเก้าอี้เล็กๆสองสามตัว ตรงกลางมีโต๊ะที่มีเครื่องทำความร้อนที่ส่วนใหญ่มักจะนิยมมากในหมู่คนรวยๆ ข้างๆนั้นมีตู้เย็นกับชุดเครื่องครัวเล็กๆประดับอยู่.. ลืมบอกไปว่ากรีนต่อเติมชั้นสองของโรงยิมให้เป็นห้องนอนเล็กๆด้วย..
กรีนเดินมาถึงโซฟาก่อนจะทิ้งตัวลงนั่ง เร้ดจึงนั่งเก้าอี้เล็กๆที่อยู่ตรงกันข้าม
“นายรู้เหตุผลที่บลูปรับปรุง โรงยิมของฉันหรือยัง ? ” กรีนพูดด้วยน้ำเสียงต่ำ ก่อนจะคิด
..หากเขายิ่งพูดเรื่องนี้มันก็ยิ่งจะปลุกอารมณ์ให้เพื่อนของเขาหงุดหงิดมากขึ้น..
..แต่การที่บลูเก็บเงียบไว้มันก็ไม่ถูก..
แต่เขาก็รู้คำตอบทันทีเมื่อเร้ดทำหน้าคิ้วมุ่นๆแบบงงๆ ดวงหน้าคมคายดูสับสนที่อยู่ๆก็เรียกเข้ามา
“ไม่รู้สินะ.. เฮ้อออ..” กรีนถอนหายใจอย่างระอาก่อนจะหลับตาครุ่นคิด
กรีนในตอนนี้ได้แต่นิ่งงันจนปัญญา.. เพราะงั้นนัยน์ตาสีมรกตจึงหดหู่อย่างเห็นได้ชัด
“ทำไม ? มีอะไรหรอกรีน.. ”เร้ดถาม นัยน์ตาสีแดงบอกแววสนใจ มันส่องประกายทันทีเมื่อเห็นใบหน้าของเพื่อนชาย ..ถึงเขาจะรู้ว่าที่กรีนจะเอามาบอกอาจจะเกี่ยวกับสาเหตุของเมื่อครู่นี้ หรือจะว่าเขาที่อารมณ์ร้อนเกินไป
..เขารู้ว่าเขาผิดหลังจากมาคิดทบทวนๆ ตอนนั้นเขาบ้าไปแล้วหรือไง ถึงทำอย่างงั้นกับบลูที่ไม่เกี่ยวข้อง
“หากฉันบอกไป.. หลังจากรู้นายอาจจะโกรธบลูมากเลยก็ได้..”
“โทษที โกรธไปแล้ว ”
“นั้นสินะ เหอะๆ”กรีนหัวเราะแห้งๆ มันช่างน่าดูแปลกใจที่ใบหน้าน้ำแข็งที่เคยส่งแต่สายตาเย็นชามาให้นั้นตอนนี้กลับแย้มรอยยิ้ม หรือว่า.. นี้จะเป็นผลที่บลูมาอยู่กับกรีนด้วยกันนะ.. ถึงยังไงเขาตลอดมานี้เขาก็ไม่รู้อะไรเลยสินะ..
วันๆก็เอาแต่อยู่ที่บ้าน ฝึกโปเกมอน ออกรายการทีวี ถูกเทรนเนอร์ท้า เขาไม่ได้เข้าสังคมเช่นนี้มานานเท่าใดแล้วเขาก็ยังไม่รู้ตัว.. แต่ก็ยังดีใจที่เพื่อนสนิทไม่ได้ทิ้งนิสัยเดิมไปทั้งหมด..
“หือออ? ” เสียงอุทานที่ออกมาจากปากของผู้ฟังได้แต่เรียกสายตาของกรีนที่หลี่ตามองเขาอย่างสนใจ
“ไม่ตกใจเลยหรือไงว่าฉันจะเล่าเรื่องอะไรให้นายฟัง”
..นั้นสินะ มันดูไม่น่าสนใจทันทีที่เห็นรอยยิ้มของนาย..
(Pee: อย่าชวนจิ้นวายได้ไหมครับ ไอ้เลขา)
(Bucshy: เกือบๆไป)
“มันก็น่าตกใจอยู่หรอกแล้วตกลงมันเรื่องอะไรมิทราบ ”
กรีนแย้มรอยยิ้มที่ไม่เคยปรากฏในใบหน้าน้ำแข็งก่อนจะลุกขึ้นจากโซฟาที่ลองรับบทสนทนามีกี่นาทีแล้วเดินออกไป เร้ดมองท่าทีนั้นอย่างประหลาดใจก่อนจะลุกตามไปเหมือนกับมีคำสั่งส่งผ่านมาจากสมองยังไงอย่างงั้น..
มันน่าแปลกใจเมื่อเขาตัดสินใจเดินตามกรีนไปทั้งๆที่เจ้าหมอนั้นยังไม่ได้เอ่ยปากบอกอะไร.. แต่ฉับพลัน ความประหลาดใจนั้นกลับทลายไปทันทีเมื่อเท้าของกรีนมาหยุดอยู่กับจุดหนึ่ง..
ด้านหลังของโรงยิมโทคิวะ..
ซึ่งปกติเป็นที่ว่างแต่บัดนี้กลับมีบันไดที่ตกแต่งอย่างสวยงามมาแทนที่อยู่.. ตัวบันไดทอดยาวไปสู่ชั้นบน ถูกตกแต่งด้วยสีชมพูที่ไม่เข้ากันเลยสักนิดกับพื้นไม้ และมีลายเป็นรูปดอกไม้เล็กๆประดับอยู่.. มันดูส่องแสงราวกับอัญมณีในเงามืด
“บ้าน่ะ..!! ” เสียงพึมพำออกกจากปากเร้ดทันที คิ้วขมวดขึ้นอย่างไม่ได้ตั้งใจ ใบหน้าคมคายมีเหงื่อไหลผ่านออกมาทั้งๆที่อยู่ในห้องแอร์ที่เย็นจับขนาดที่ต้องใส่เสื้อกันหนาวทับสามตัวยังบ่นว่าหนาว..
กรีนหยุดนิ่ง นัยน์ตาสีมรกตดูสงบแต่ก็ดูกังวลเช่นกัน มันดูเหมือนกับกรีนกำลังสับสน..
สับสนกับสิ่งที่เขากำลังทำ..
ก่อนที่เขาจะสงบสติอารมณ์ของตัวเองแล้วเอ่ยปากเสียงเบา
“จะลองขึ้นไปดูหน่อยไหมล่ะ ? ”
...
ไม่มีคำตอบแต่เร้ดกลับเดินนำหน้าเอาตัวเบียดผ่านเขาซึ่งอยู่หน้าทางขึ้นให้ถอยหลังไปก่อนจะหยุดนิ่งทันทีเมื่อห้องแรกที่ปรากฏในสายตามีป้ายชื่อที่ไม่คุ้นเลยสักนิดสลักอยู่อย่างชัดเจน.. ตัวอักษรถูกเขียนด้วยลายมือน่ารักๆที่เขาคุ้นมากๆเขียนว่า ‘ห้องของซิลเวอร์’
แกร้ก..
โปเกเกียร์ในมือตก.. บรรยากาศเงียบสงบที่ไม่เคยเจอมาก่อนถูกปลกคลุมทันที..
เร้ดหันมามองหน้ากรีน แต่กรีนหลบสายตาทันที ใบหน้าน้ำแข็งนั้นดูหวาดๆรวมสับสน
..อย่างงี้เองสินะเข้าใจแล้ว เขา.. เข้าใจทั้งหมดแล้ว
ทำไมกรีนถึงมีรอยยิ้ม.. ทำไมเยลโล่ว์ถึงสนิทกับซิลเวอร์.. ทำไมบลูถึงได้ใจ.. และทำไมเขาถึงหึง
เขาเข้าใจทั้งหมดแล้ว..
กรีนยอมให้ซิลเวอร์และบลูอยู่ด้วยเพราะความรัก.. ถึงมันจะไม่ใช่รักลวง แต่มันก็ไม่ใช่รักที่ถูก.. มันคือรักที่แลกมาด้วยเงิน เขาเข้าใจในคำกล่าวนั้นมากกว่าใครๆ..
กรีนรักบลู.. บลูอาจจะรักกรีนจริงๆแต่ก็ยังคงห่วงซิลเวอร์ที่มีชีวิตอยู่ไปวันๆเลยขอให้มาอยู่ที่โรงยิมด้วย.. แต่มันคงไม่ใช่เรื่องง่ายเมื่อโรงยิมที่ว่ามีพื้นที่น้อยขณะที่แค่สองคนก็ยังนอนไม่ไหว.. จึงจำเป็นต้องใช้สิ่งที่เรียกว่า ‘เงิน’ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่กรีนจะยอมหาเงินมาเพื่อบลูโดยไม่บ่นแม้แต่น้อยเพราะกรีนรักบลูจริงๆ
และเยลโล่ว์ที่เป็นลูกศิษย์กรีนก็คงไม่แปลกที่จะสนิทกับซิลเวอร์ที่เป็นว่าที่น้องชายของกรีน..
แล้ว..เขาเกี่ยวอะไร ?
เพื่อนเก่า ?
เพื่อนสนิท ?
คนรู้จัก ?
หรือแค่คนที่ไม่ได้เข้าสังคมจนไม่มีสิทธิทำอะไรได้อีกแล้ว..
กึกๆ
เสียงฝีเท้าเดินก้าวตามเข้ามา กรีนทอดสายตามองเขา เร้ดยืนนิ่งจนปัญญา
“เข้าใจแล้ว ” เร้ดพูดเบาๆด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนจะกลั่นบางสิ่งอยู่ในใจลึกๆ กรีนหยุดนิ่งก่อนที่เร้ดจะหันหน้ามามองเขา
“ฉัน.. เข้าใจทั้งหมดที่นายทำแล้ว.. กรีน” นัยน์ตาสีแดงหุบลงราวกับเข้าใจสาเหตุที่ตนกำลังแบกรับอยู่ ณ ขณะนี้ ก่อนที่มันจะเปิดขึ้นอีกครั้งฉายแววเศร้าโศกทันที ดวงหน้าคมคายที่อยู่กับนัยน์ตาเช่นนั้นดูเหมือนกับคนที่หมดอนาคตยังไงอย่างงั้น
“เร้ด........”
“งั้นก็ไปเถอะ เราไปเที่ยวฉลองกัน ฉันไม่ว่าอะไรนายแล้ว”
“ระ...เร้ด.......”
“ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งที่นายช่วยฉันกรีน”
บรรยากาศเงียบสุดท้ายก่อนที่ร่างของเร้ดจะเดินแหวกเขาลงไปสู่ชั้นล่างอีกครั้ง
ถือว่า..นี้อาจจะเป็นการเข้าสังคมอีกครั้งของฉันแล้วกัน..
ยินดีต้อนรับกลับสู่กลุ่มเทรนเนอร์อีกครั้งนะ..
เร้ด
Bucshy:90%แล้วท่าน หรืออาจจะยังไม่ถึงแต่ยาวจริงๆ หมดพลังกับการทำมากสำหรับพาร์ทหนึ่ง
ช่วยเม้นกันด้วยนะพวกท่านนน
Bucshy: ช่วยคอมเม้นให้กำลังใจด้วยนะครับ เพราะเริ่มหมดไปกับการดองแล้ว ToT
ขอบคุณคุณ ★ ナ イ ス ☆ มากนะครับที่ยังตามอ่านฟิคเน่าๆของกระผม
ป.ล.สุดท้ายช่วยกันเช็คคำผิดให้ผมหน่อยนะครับทุกคน แค่เขียนก็บอกตัวเองว่าเน่ามากๆแล้ว ToT
edit @ 22 Nov 2009 18:47:17 by bucshy
edit @ 29 Nov 2009 15:20:45 by bucshy